บ้านท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
ประวัติความเป็นมา
บ้านท่าลี่ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคใด สมัยใด สืบเรื่องราวไม่ได้ความแน่ชัด มีผู้เล่าต่อ ๆ กันมาว่า ชาวท่าลี่อพยพออกจากพื้นที่อุตรดิตถ์จากเมืองปากลาย ราชอาณาจักรลาวในสมัยนั้นมาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำคานซึ่งเป็นแหล่งที่มีปลา อุดมสมบูรณ์ มีเครื่องจับปลาที่สานด้วยไม้ไผ่ เรียกว่า ลี่ หรือ หลี่ ได้มี ราษฎรอพยพหมู่บ้านอื่นมาอยู่บ้านท่าลี่มากขึ้นตามลำดับจึงได้ชื่อบ้านท่าลี่ หรือบ้านท่าลี่
ท่าลี่ ตามหนังสือเรื่อง ด่านซ้ายเคยเป็นเมืองมาก่อน ของหลวงศุภกิจอุปกรอดีตนายอำเภอด่านซ้ายคนที่ 2 กล่าวถึงบรรดาบ่าวไพร่และครอบครัวของพระมหาณรงค์ เมื่อสิ้นสมัยได้พากันลงจากเมืองภูครั่ง ข้ามภูทุ่ง ( ภูเรือ ) ลงไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในลุ่มน้ำคาน เกิดหมู่บ้านท่าลี่ มีบางส่วนอพยพไปอยู่ เมืองแก่นท้าว สืบเชื้อสายเป็นเจ้าเมืองกำเนิดต้นสกุล ไชยปะ กาษรสุวรรณ และ สุระธรรม ส่วน รศ. ปราณี บานชื่น เรียบเรียงเรื่องราวจาก นายนิคม สุระธรรม ว่าชาวท่าลี่อพยพมาจากอุตรดิตถ์ ปากลายต่อมามีชาวกระษัย ชาวกระลึม มาสมทบ จนถึง ร.ศ. 112 ในสมัยรัฐกาลที่ 5 ทหารฝรั่งเศสที่บ้านปากแดงพาสมัครพรรคพวกมีอาวุธทันสมัยครบมือควบขี่ม้ามาแม่นำเหือง หวังเข้ายึดอำเภอท่าลี่ กลับถูกชาวท่าลี่ซุ่มโจมตีด้วยมีด หอก ดาบ แหลน หลาว จนได้รับบาดเจ็บไปถ้วนทั่วทุกตัวนายชมชานหลบหนีข้ามแม่น้ำเหืองไปนอนรักษาตัวอยู่ที่ปากแดงส่วนบริเวณถูกซุ่มโจมตี ปัจจุบันนั้นคือบริเวณที่ตั้งโรงเรียนชุมชนบ้านท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ( ลุงเขียว เรียบเรียงสรุป )

ลี่ อุปกรณ์ในการหาปลาของชาวบ้านท่าลี่
สภาพทั่วไปของพื้นที่
บ้านท่าลี่แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 2 หมู่ คือ บ้านท่าลี่หมู่ที่ 2 และบ้านท่าลี่หมู่ที่ 3 สภาพภูมิประเทศพื้นที่ของท่าลี่เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านคือ แม่น้ำคาน ซึ่งเกิดจากภูเขาในเขตอำเภอภูเรือ ไหลจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือลงสู่แม่น้ำเหือง มีความยาวประมาณ 25 กิโลเมตร ลำน้ำคานมีลักษณะลำน้ำที่ดื้นเขิน ฤดูแล้งน้ำจะแล้งขอด ส่วนฤดูฝนจะมีลักษณะน้ำป่าไหลหลากกระแสน้ำมีความรุ่นแรงซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งและโคล่นถล่มได้ พื้นที่จำนวน 5 ตารางกิโลเมตร
สภาพโดยทั่วไปของบ้านท่าลี่
.jpg)

แผนที่พอสังเขปของบ้านท่าลี่
จำนวนประชากรแยกเป็น
ชาย 1,048 คน
หญิง 1,057 คน
รวม 2,105 คน
ความหนาแน่นของประชากร จำนวน 421 คน / ตารางกิโลเมตร
จำนวนครัวเรือน 447 หลังคาเรือน
เส้นทางที่สำคัญ
1. ถนนสาย อำเภอภูเรือ - ท่าลี่ สู่สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย - ลาว
2. ถนนสาย จังหวัดเลย - ท่าลี่ ผ่านสู่สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย ลาว
![]() |
อาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ จดทุ่งนาโพธิ์ บ้านเมี่ยง ตำบลหนองผือ
ทิศใต้ จดบุ่งวังสิม บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่
ทิศตะวันออก จดลำน้ำคาน บ้านโนนสว่าง ตำบลท่าลี่
ทิศตะวันตก จดห้วยน้ำวัก บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่
สถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งก่อสร้างสำคัญ
พระธาตุสัจจะ พระธาตุสัจจะมีลักษณะคล้ายพระธาตุพนมอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าลี่ ประมาณ 2 กิโลเมตร องค์พระธาตุสูง 33 เมตร มีเศวตฉัตร 7 ชั้น ประดิษฐานไว้บนยอดองค์พระธาตุ ใช้เวลาในการก่อสร้าง 4 ปี คือ เริ่มวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2519 ตรงกับวันวิสาขบูชาสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 วัตถุประสงค์ในการสร้างมี 3 คือ
ประการที่หนึ่ง เพื่อต่อดวงชะตาพระธาตุพนมที่หักโค่นด้วยพระธาตุสัจจะแทน
ประการที่สอง เพื่อเป็นปูชนียสถานอันเป็นที่เคารพสักการะของลูกหลานสืบไป
ประการที่สาม เพื่อเป็นการตั้งสัจจาบารมีตามอธิฐานของผู้สร้างเอง เพื่อผลต่อการปฏิบัติธรรม
![]() |
พระธาตุสัจจะ
ศิลปะหัตกรรม
เครื่องจักสานของบ้านท่าลี่ เช่น กระติบข้าว ตระกร้า กระทอ หวดนึ่งข้าว
การทอผ้าด้วยกี่ธรรมดา
การตัดเย็บเสือผ้าของกลุ่มแม่บ้าน
ประเพณี การเส็งกลอง ประเพณีที่ต้องช่วยพื้นฟู
จากการศึกษาประวัติความเป็นมาของชาวท่าลี่ ทำให้ทราบว่าอำเภอท่าลี่มีการละเล่นพื้นเมืองชนิดหนึ่ง ซึ่งสืบทอดกันมาประมาณ 70 - 90 ปีมาแล้ว คือ การเส็งกลอง ซึ่งปัจจุบันได้เลิกเล่นไปเป็นเวลา 20 - 30 ปี และจากการพูดคุยกับชาวบ้านส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ ได้กล่าวว่า การเส็งกลองเป็นการละเล่นที่สนุกสนานที่สุดสำหรับประชาชนในสมัยนั้น
![]() |
ประเพณีการละเล่นเส็งกลอง
ความหมายของการเส็งกลอง
เส็ง เป็นภาษาพื้นบ้าน แปลว่าการแข่งขัน ดังนั้นการเส็งกลองจึงมีความหมายว่า การแข่งขันตีกลอง เพื่อให้ดูว่ากลองของใครจะมีเสียงดังกว่ากัน กลองที่ใช้สำหรับนำมาเส็งหรือนำมาแข่งขัน มีชื่อเรียกว่า กลองกิ่ง
การแข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย แต่ละฝ่ายจะมีกลอง 2 ลูก โดยมีเสาตอกแล้วนำกลองไปแขวนคู่กัน หรือนำไปวางคู่กัน แต่ละฝ่ายจะพลัดการเข้าไปตีกลองของตน
การตัดสิน จะมีกรรมการฟังเสียงกลองทั้งสองฝ่าย สลับกันไปมาเพื่อจะได้เปรียบเทียบกัน ถ้ากลองกิ่งของใครดังกล่าว ก็จะกลบเสียงกลองของอีกฝ่ายหนึ่งหมด